เทคนิคเอาตัวรอด เมื่อรถยนต์น้ำมันหมดในพื้นที่ไม่มีปั๊ม!

ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ rodoviadepistesmúltiples, การท่องเที่ยว, การนำทาง คลังภาพถ่าย

อีกหนึ่งนาทีชีวิตของคนผู้ใช้รถ คงหนีไม่พ้นด่านวัดใจสัญญาณเตือนน้ำมันหมด เมื่อไหร่ที่สัญญาณนี้ดังขึ้น ผู้ขับขี่ใจเต้นกันรัว ๆ แน่นอน เพราะไม่รู้ว่ารถของคุณจะขับไปได้นานแค่ไหน และต้องขับไปอีกนานแค่ไหนจนกว่าจะถึงปั๊ม ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เราจะมาเผยเทคนิคเอาตัวรอด เมื่อรถยนต์น้ำมันหมดในพื้นที่ไม่มีปั๊ม ทำตามนี้ปลอดภัยแน่นอน

กรณีที่รถยังขับไปต่อได้อยู่

  1. เปิดแผนที่หาปั๊มน้ำมัน เมื่อสัญญาณเตือนน้ำมันหมด คุณยังพอมีเวลาที่จะหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด ให้คุณทำการเปิดหาปั๊มน้ำมันในแผนที่ กูเกิ้ลแมปส์ หรืออะไรก็ได้ที่มีการบอกพิกัดปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด เพื่อที่จะได้ตัดสินใจ ว่ารถของคุณจะสามารถไปถึงปั๊มน้ำมันหรือไหม ถ้าหากไปไม่ถึง จะได้นำรถไปจอดรอความช่วยเหลือที่ข้างทาง (สามารถข้ามไปอ่านในหัวข้อ กรณีที่น้ำมันกำลังจะหมดขับต่อไม่ได้แล้ว) แต่ถ้าปั๊มน้ำมันยังอยู่อีกไม่ไกล ให้คุณทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลย
  2. ไม่เหยียบเบรกบ่อย เพราะการเหยียบเบรกในแต่ละครั้ง เครื่องยนต์จะต้องดึงพลังงานมาใช้ในการคุมรถให้อยู่สูงมาก พยายามหลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน และพยายามควบคุมให้รถมีความเร็วคงที่ และแน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์น้ำมันใกล้หมด เป็นสถานการณ์ที่กดดันให้คุณพยายามพาตัวเองไปถึงจุดหมายไว ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรขับรถเร่งมากเกินไป เพราะจะทำให้น้ำมันหมดไวกว่าเดิม ไปไม่ถึงที่หมายแน่นอน
  3. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าบนรถ เครื่องใช้ไฟฟ้าบนรถได้แก่ วิทยุ กล้องติดหน้ารถ หรือการชาร์จอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าบนรถ ให้คุณหยุดการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ถึงแม้จะเป็นระบบไฟฟ้า แต่แบตเตอรี่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิง หากไม่หยุดใช้ไฟฟ้าก็ส่งผลให้น้ำมันหมดไวขึ้นได้
  4. ขับรถในความเร็วคงที่ ความเร็วคงที่จะอยู่ที่ประมาณ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง การขับรถให้อยู่ในความเร็วคงที่ดังกล่าว จะช่วยถนอมน้ำมันรถที่เหลืออยู่ ให้น้ำมันหมดช้าลงได้ และในสถานการณ์ปกติ การขับรถที่ระดับความเร็ว 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นความเร็วที่ไม่เปลืองน้ำมันอีกด้วย พยายามประคองความเร็วให้คงที่ ประกอบกับไม่เหยียบเบรกถี่ รถของคุณจะถึงที่หมาย (ปั๊มน้ำมัน) ได้อย่างแน่นอน
  5. เข้าเกียร์ว่างเมื่อติดไฟแดง เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับสัญญาณไฟจราจร ถ้าจะต้องจอดรถสักพักเวลาที่ติดไฟแดง ให้คุณเข้าเกียร์ว่างจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 30-40% ช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดี ลองเปลี่ยนมาเข้าเกียร์ว่างกันดู ซึ่งวิธีนี้นำมาใช้กับสถานการณ์จอดรถปกติ ไม่ต้องให้น้ำมันหมดก็ใช้ได้เช่นกัน
  6. ไม่เปิดกระจก บางคนคิดว่าการปิดแอร์จะช่วยไม่ให้รถเปลืองพลังงาน เลยเปิดกระจกวิ่งแทน จริง ๆ แล้วก็ถูกอยู่ครึ่งหนึ่ง ในเรื่องของการปิดแอร์แล้วจะช่วยให้ไม่เปลืองพลังงาน แต่การเปิดกระจกรับลมเข้ามา น้ำหนักในรถจะเพิ่มขึ้น อีกทั้งลมจะไปต้านให้รถหนืดขึ้น รถจะต้องดึงพลังงานมาใช้มากกว่าเดิม เพื่อให้ล้อเคลื่อนตัวไปได้ ทางที่ดีก็ปิดกระจกแล้วเปิดแอร์วิ่งนั่นแหละ เพราะเวลาที่สัญญาณเตือนน้ำมันหมดขึ้น ระบบจะทำการลดความแรงของแอร์ลง ทำให้แอร์ของคุณเบาลงอยู่แล้ว

กรณีที่น้ำมันกำลังจะหมดขับต่อไม่ได้แล้ว

หากรถของคุณน้ำมันหมดแล้ว ไม่สามารถขับไปถึงปั๊มน้ำมันได้ ให้คุณทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. นำรถเข้าจอดข้างทางทันที เมื่อรู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถไปยังปั๊มน้ำมันได้ทัน ให้นำรถจอดข้างทางในที่ปลอดภัยทันที เพื่อที่รถจะได้ไม่ดับอยู่กลางถนน เพราะถ้าหากรถของคุณดับอยู่กลางถนน เสี่ยงทั้งคุณและเสี่ยงทั้งรถแน่นอน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ารถคันอื่นจะขับมาด้วยความเร็วเท่าไหร่ อาจจะเร็วจนไม่ทันเห็นว่ารถของคุณจอดเสียอยู่ อาจชนยังรถของคุณให้เกิดความเสียหาย หรือชนคุณที่กำลังเข็นรถอยู่ก็ได้
  2. โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เมื่อนำรถเข้าไปจอดที่ข้างทางเรียบร้อยแล้ว ให้คุณโทรศัพท์ไปยังเบอร์โทรช่วยเหลือฉุกเฉิน ดังต่อไปนี้
  • ร่วมด้วยช่วยกัน โทร 1677
  • จส. 100 โทร 1137
  • ตำรวจทางหลวง โทร 1193
  • กรมทางหลวงชนบท โทร 1146

เมื่อเกิดเหตุน้ำมันหมด นอกจากวิธีข้างต้นที่เราได้แนะนำไปแล้ว คุณยังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังบริษัทประกันรถยนต์ได้ด้วย ช่วยให้คุณอุ่นใจในการใช้รถ ประกันรถยนต์ชั้น 2 ของ Rabbit Care เรามีบริการ Roadside Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. ที่ช่องทาง Care Center เบอร์ 1438 และยังมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือผ่านระบบ LINE OA ช่วยให้คุณแจ้งเคลมรถได้โดยง่าย ไว้คอยอำนวยความสะดวกให้แก่คุณ เข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://rabbitcare.com/car-insurance/type2